มานาประจำวัน
ฟีลิปปี 3:12-15
12 ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าได้รับแล้ว หรือดีพร้อมแล้ว แต่ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไปเพื่อที่จะฉวยไว้เพราะ2 พระเยซูคริสต์ทรงฉวยข้าพเจ้าไว้ 13 พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ถือว่าข้าพเจ้าฉวยไว้ได้แล้ว แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมา แล้วโน้มตัวไปยังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า 14 และข้าพเจ้าบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย เพื่อจะได้รับรางวัลคือการทรงเรียกแห่งเบื้องบนซึ่งมีในพระเยซูคริสต์ 15 เพราะฉะนั้น เราที่เป็นผู้ใหญ่แล้วจงคิดอย่างนี้ และถ้าพวกท่านคิดอีกอย่างหนึ่ง พระเจ้าก็จะทรงให้เรื่องนี้ประจักษ์แก่ท่านด้วย
ผมรับประทานมื้อกลางวันกับชายสองคนที่ได้ต้อนรับพระคริสต์ขณะที่พวกเขาอยู่ในเรือนจำ ชายคนที่อายุน้อยกว่ารู้สึกท้อใจ เพราะครอบครัวที่เขาเคยไปขโมยของไม่ยอมยกโทษให้
ชายที่อายุมากกว่าเล่าว่า “ผมก่ออาชญากรรมรุนแรง ที่ยังคงหลอกหลอนและส่งผล ต่อครอบครัวนั้นจนทุกวันนี้ พวกเขาไม่ยอมยกโทษให้ผม… ผมรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก ตอนแรก ผมโหยหาการให้อภัยจนไม่เป็นอันทำอะไร แล้ววันหนึ่งผมก็ตระหนักว่า ผมได้เพิ่มความเห็นแก่ตัวเข้าไปในความผิดของผม การหวังให้พวกเขาให้อภัยนั้นมากเกินไป ผมหมกมุ่นกับความรู้สึกที่ต้องการได้รับการเยียวยาให้หายจากอดีต ผมต้องใช้เวลากว่าจะคิดได้ว่า การที่พวกเขาจะให้อภัยผม เป็นเรื่องระหว่างเขากับพระเจ้า”
“คุณทนได้อย่างไร” ชายหนุ่มถามชายสูงวัยกว่าอธิบายว่า พระเจ้าประทานสิ่งที่เขาไม่สมควรได้รับ และเป็นสิ่งที่ผู้อื่นทำไม่ได้ พระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อบาปของเรา และทรงรักษาพระสัญญาที่จะปลดความบาปของเราไปไกลเท่า “ตะวันออกไกลจากตะวันตก” (สดุดี 103:12) และ “จะไม่จดจำบรรดาบาป [ของเรา]” (อิสยาห์ 43:25)
เมื่อได้พบความรักยิ่งใหญ่เช่นนี้ เราจึงยกย่องพระองค์โดยการยอมรับว่า การยกโทษจากพระองค์ก็เพียงพอแล้ว เราต้องลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมา และบากบั่นมุ่งหน้าต่อไป (ฟีลิปปี 3:13-14)
ขอบพระคุณพระบิดาสำหรับสิ่งที่พระคริสต์ทรงกระทำบนไม้กางเขนขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์เข้าใจและยอมรับว่าสิ่งนั้นมีความหมายต่อข้าพระองค์อย่างไร และให้ข้าพระองค์เป็นผู้สื่อสารเรื่องราวการอภัยนี้ให้กับผู้ที่ข้าพระองค์ได้พบบนหนทางชีวิต
สิ่งที่พระคริสต์ทรงกระทำเพียงพอสำหรับความบาปทุกอย่าง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น