วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560

วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560

งานรับปริญญาน้องดา


ขอแสดงความยินดีกับน้องดา






ธรรมิกชนของพระเยซูคริสต์ (อฟ4:7-16)

หัวเรื่อง ธรรมิกชนของพระเยซูคริสต์ (อฟ4:7-16)
 คำนำ
        โดยพระเยซูคริสต์ผู้ทรงนำเราทั้งหลายออกจากความตายเพราะบาปเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์เนื่องจากการตายของพระเยซูคริสต์ และโดยการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ได้นำชัยชนะเหนือความตายและความบาป และพระองค์ได้ทรงรวบรวมบรรดาผู้ที่เชื่อในพระองค์และทรงประทานพระคุณให้แก่แต่ละคนตามขนาดที่พระคริสต์ประทาน

        ของประทานที่พระเยซูได้ทรงประทานให้กับคริสตจักรก็คือ อัครทูต , ผู้เผยพระวจนะ , ผู้ประกาศข่าวประเสริฐ , ศิษยาภิบาลและอาจารย์ เพื่อที่จะเตรียมธรรมิกชน

คำถามคือ ธรรมิกชน คือใคร?
        ใน​พระ​คัมภีร์​เดิม ​หมาย​ถึง​ บุคคล​ที่​มี​ชีวิต​ซื่อ​สัตย์ ชอบ​ธรรม เมต​ตา และ​บริ​สุทธิ์
​ใน​พระ​คัมภีร์​ใหม่​ หมาย​ถึง​ บุค​คล​ที่​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้​บริ​สุทธิ์ เป็น​ผู้​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​แยก​ไว้​ต่าง​หาก​เพื่อ​เป็น​ชน​ชาติ​บริ​สุทธิ์​ของ​พระ​องค์ เปา​โล​ใช้​คำ​นี้​เรียก​บรร​ดา​คริสต​ชน
ดังนั้นเราทุกคนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ เราคือธรรมิกชน  แล้วจากพระธรรมตอนนี้พระเยซูคริสต์ทรงประทานของประทานทั้ง 5 มาเพื่อเตรียมธรรมิกชนเพื่อจะสำแดงการเป็นชนชาติบริสุทธิ์ของพระเจ้าออกมาและมีผลทำให้ผู้ที่ยังไม่เชื่อได้เห็นถึงพระเยซูคริสต์ในชีวิตของเราทุกคนที่เชื่อ แล้วเราจะเป็นธรรมิกชนที่สำแดงพระเยซูคริสต์ ได้โดย

1. รับการเตรียมชีวิต
        เราทั้งหลายจะได้รับการเตรียมชีวิตผ่านสิ่งต่อไปนี้ คือ
1.1 การปรนนิบัติซึ่งกันและกัน
        ลักษณะเด่นของธรรมิกชนอย่างหนึ่งคือ ความถ่อมใจต่อกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทั้งหลายกำลังถูกเตรียมชีวิตอยู่ คือเรื่องของความถ่อมใจต่อกันและกันและสิ่งที่แสดงออกมาให้เห็นว่าเรามีความถ่อมใจต่อกันและกัน คือ การปรนนิบัติซึ่งกันและกัน
        ด้วยเหตุนี้เครื่องมือที่พระเจ้าใช้เพื่อเตรียมชีวิตของเราสิ่งแรกคือ การปรนนิบัติซึ่งกันและกัน โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงวางแบบอย่างนี้เอาไว้ คือ
มัทธิว 20:28  เหมือน​บุตร​มนุษย์​ที่​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​รับ​การ​ปรน​นิบัติ แต่​มา​เพื่อ​ปรน​นิบัติ​คน​อื่น และ​ให้​ชีวิต​ของ​ท่าน​เป็น​ค่าไถ่​คน​จำนวน​มาก”
        พระเยซูยังสอนเตือนสติของเหล่าสาวกของพระองค์เมื่อพวกเขากำลังมีความคิดต่อกันอย่างผิดๆ ว่าใครจะเป็นใหญ่กว่ากันในพวกพี่น้อง
มาระโก 9:35 เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​นั่ง​ลง​แล้ว ทรง​เรียก​สา​วก​สิบ​สอง​คน​นั้น​มา​และ​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เป็น​คน​แรก ก็​ให้​คน​นั้น​เป็น​คน​สุด​ท้าย และ​เป็น​คน​ปรน​นิบัติ​คน​ทั้ง​หลาย”
มาระโก 10:43 ใน​พวก​ท่าน​จะ​ไม่​เป็น​เช่น​นั้น แต่​ถ้า​มี​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เป็น​ใหญ่​ท่าม​กลาง​ท่าน คน​นั้น​จะ​ต้อง​เป็น​ผู้​ปรน​นิบัติ​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย
       
1.2 เสริมสร้างกันและกัน
        เรากำลังรับการเตรียมชีวิตผ่านการปรนนิบัติกันและกัน ซึ่งจะสร้างลักษณะชีวิตแห่งความถ่อมใจซึ่งกันและกัน  เครื่องที่จะเตรียมชีวิตของเราอีกสิ่งหนึ่ง คือ การเสริมสร้างกันและกัน
        เราทั้งหลายกำลังถูกฝึกชีวิตให้มีการเสริมสร้างซึ่งกันและกัน สิ่งที่ตรงข้ามกับการเสริมสร้างคือการทำลาย  ในสังคมปัจจุบันนี้มีการทำลายกันและกันโดยที่บางครั้งเราก็ไม่รู้ตัวว่าเราก็กำลังอยู่ในขบวนการของการทำลายกันและกัน
        เราทำลายกันและกัน โดยใช้คำพูดของเรา เช่น การพูดนินทา การพูดส่อเสียด การพูดให้ร้าย การพูดยกตนข่มท่าน การพูดที่ไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหา การพูดเหลวไหล การพูดหยาบโลน การพูดเล่นไม่เป็นเรื่อง การพูดลามก
มัทธิว 12:36  ส่วน​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า คำ​ที่​ไม่​เป็น​สาระ​ทุก​คำ​ซึ่ง​มนุษย์​พูด​นั้น มนุษย์​จะ​ต้อง​รับ​ผิด​ชอบ​ถ้อย​คำ​เหล่า​นั้น​ใน​วัน​พิพาก​ษา
        เราจะเสริมสร้าง โดยเริ่มต้นที่คำพูดของเรา
ฮบ.10:25 อย่า​ขาด​การ​ประ​ชุม​เหมือน​อย่าง​บาง​คน​ทำ​เป็น​นิสัย แต่​จง​หนุน​ใจ​กัน​ให้​มาก​ยิ่ง​ขึ้น เพราะ​พวก​ท่าน​ก็​รู้​อยู่​ว่า​วัน​นั้น​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว
1เธสะโลนิกา 5:11 เพราะ​ฉะ​นั้น​จง​หนุน​ใจ​กัน และ​ต่าง​คน​ต่าง​จง​เสริม​สร้าง​กัน​ขึ้น ตาม​อย่าง​ที่​พวก​ท่าน​กำ​ลัง​ทำ​อยู่​นั้น

2. รับเป้าหมายใหม่
        เราทั้งหลายกำลังถูกเตรียมให้เป็นธรรมิกชนของพระเยซูคริสต์ให้เรามีลักษณะชีวิตใหม่โดยการรับการเตรียมชีวิตผ่านการปรนนิบัติและการเสริมสร้างกันและกัน
        นอกจากนี้เราผู้เป็นธรรมิกชนนั้นเรายังมีเป้าหมายในชีวิตใหม่ด้วย และเป็นสิ่งที่เราทั้งหลายจะต้องรักษาและทำให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น
2.1 ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
        ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนี้ คือ การมีความเชื่ออย่างเดียวกัน และมีความรู้ในพระคริสต์อย่างเดียวกัน หมายถึงอะไร หมายถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อเรามีจุดศูนย์กลางร่วมกัน , มีทิศทางที่มุ่งไปในทิศเดียวกัน
กิจการของอัครทูต 4:32  คน​ทั้ง​หลาย​ที่​เชื่อ​นั้น​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน และ​ไม่​มี​ใคร​อ้าง​ว่า​สิ่ง​ของ​ที่​ตน​มี​อยู่​นั้นเป็น​ของ​ตนเอง แต่​ทั้ง​หมด​เป็น​ของ​ส่วน​กลาง
1โครินธ์ 1:10 พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ข้าพ​เจ้า​วิง​วอน​ท่าน​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้าของ​เรา ขอ​ให้​ปรอง​ดอง​กัน อย่า​มี​ความ​แตก​แยก​ใน​พวก​ท่าน แต่​ขอ​ให้​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน​ใน​ความ​คิด​และ​ความ​เห็น
ฟีลิปปี 1:27 ขอ​เพียง​ให้​พวก​ท่าน​ดำ​เนิน​ชีวิต​สม​กับ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ของ​พระ​คริสต์ เพื่อ​ที่​ว่า​ไม่​ว่า​ข้าพ​เจ้า​จะ​มา​หา​และ​ได้​เห็น​หน้า​ท่าน หรือ​ไม่​มา​หา ข้าพ​เจ้า​ก็​จะ​ได้​ยิน​ข่าว​เกี่ยว​กับ​พวก​ท่าน​ว่า ท่าน​ยืน​หยัด​มั่น​คง​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน ร่วม​กัน​สู้​ด้วย​จิตใจ​เดียว​กันเพื่อ​ความ​เชื่อ​ที่​มา​จาก​ข่าว​ประ​เสริฐ
1เปโตร 3:8 ใน​ที่​สุด​นี้ ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน เห็น​อก​เห็น​ใจ​กัน รัก​กัน​ฉัน​พี่​น้อง มี​จิต​ใจ​อ่อน​โยน​และ​ถ่อมตัว
2.2 ความเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์
“บรรลุ​ถึง​ความ​เป็น​ผู้​ใหญ่ คือ​โต​เต็ม​ถึง​ขนาด​ความ​บริ​บูรณ์​ของ​พระ​คริสต์”
เพื่อ....เพื่อ​เรา​จะ​ไม่​เป็น​เด็ก​อีก​ต่อ​ไป ถูก​ซัด​ไป​ซัด​มา​และ​พัด​ไป​พัด​มา​ด้วย​ลม​คำ​สั่ง​สอน​ทุก​อย่าง ด้วย​เล่ห์​กล​ของ​มนุษย์ ตาม​อุบาย​ที่​ฉลาด​ใน​การ​ล่อ​ลวง
ลักษณะของผู้ใหญ่ในพระคริสต์ คือ
ก.   มีจุดยืนที่มั่นคง
ฟีลิปปี 3:12-15 ไม่​ใช่​ว่า​ข้าพ​เจ้า​ได้​รับ​แล้ว หรือ​ดี​พร้อม​แล้ว แต่​ข้าพ​เจ้า​กำ​ลัง​บาก​บั่น​มุ่ง​ไป​เพื่อ​ที่​จะ​ฉวย​ไว้​เพราะ​พระ​เยซู​คริสต์​ทรง​ฉวย​ข้าพ​เจ้า​ไว้ 13 พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ข้าพ​เจ้า​ไม่​ถือ​ว่า​ข้าพ​เจ้า​ฉวย​ไว้​ได้​แล้ว แต่​ข้าพ​เจ้า​ทำ​อย่าง​หนึ่ง คือ​ลืม​สิ่ง​ที่​ผ่าน​พ้น​มา แล้ว​โน้ม​ตัว​ไป​ยัง​สิ่ง​ที่​อยู่​เบื้อง​หน้า 14 และ​ข้าพ​เจ้า​บาก​บั่น​มุ่ง​ไป​สู่​หลัก​ชัย เพื่อ​จะ​ได้​รับ​ราง​วัล​คือ​การ​ทรง​เรียก​แห่ง​เบื้อง​บน​ซึ่ง​มี​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ 15 เพราะ​ฉะนั้น เรา​ที่​เป็น​ผู้​ใหญ่​แล้ว​จง​คิด​อย่าง​นี้ และ​ถ้า​พวก​ท่าน​คิด​อีก​อย่าง​หนึ่ง พระ​เจ้า​ก็​จะ​ทรง​ให้​เรื่อง​นี้​ประจักษ์​แก่​ท่าน​ด้วย
ข.   รู้จักแยกแยะ
กาลาเทีย1:6-9 ข้าพ​เจ้า​รู้​สึก​ประ​หลาด​ใจ​ที่​พวก​ท่าน​ด่วน​ละ​ทิ้ง​พระ​องค์​ผู้​ซึ่ง​ทรง​เรียก​ท่าน​มา​โดย​พระ​คุณ​ของ​พระ​คริสต์ และ​หัน​ไป​หา​ข่าว​ประ​เสริฐ​อื่น​เสีย 7 ซึ่ง​ที่​จริง​ไม่​ใช่​ข่าว​ประ​เสริฐ แต่​มี​บาง​คน​ทำ​ให้​พวก​ท่าน​ยุ่ง​ยาก และ​ปรา​รถ​นา​บิด​เบือน​ข่าว​ประ​เสริฐ​ของ​พระ​คริสต์ 8 แม้​แต่​เรา​เอง​หรือ​ทูต​จาก​ฟ้า​สวรรค์ ถ้า​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​อื่น​แก่​พวก​ท่าน ซึ่ง​ขัด​กับ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ที่​เรา​ได้​ประ​กาศ​แก่​พวก​ท่าน​ไป​แล้ว​นั้น ก็​จะ​ต้อง​ถูก​แช่ง​สาป 9 ตาม​ที่​เรา​ได้​พูด​ไว้​ก่อน​แล้ว และ​บัด​นี้​ข้าพ​เจ้า​ขอ​พูด​อีก​ว่า ถ้า​ใคร​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ​อื่น​แก่​พวก​ท่าน ที่​ขัด​กับ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ซึ่ง​พวก​ท่าน​ได้​รับ​ไว้​แล้ว ให้​ผู้​นั้น​ถูก​แช่ง​สาป
ค.   ขับเคลื่อนชีวิตด้วยความรัก
1คร. 16:14 จง​ทำ​ทุก​สิ่ง​ด้วย​ความ​รัก
1ยอห์น 4:7  ท่าน​ที่​รัก​ทั้ง​หลาย ขอ​ให้​เรา​รัก​กัน​และ​กัน เพราะ​ว่า​ความ​รัก​มา​จาก​พระ​เจ้า และ​ทุก​คน​ที่​รัก​ก็​เกิด​จาก​พระ​เจ้า และ​รู้​จัก​พระ​เจ้า

วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560

คำเทศนา ชีวิตสมกับการทรงเรียก

ชีวิตสมกับการทรงเรียก เอเฟซัส4:1-6

พระเจ้าทรงเรียกเราทั้งหลายให้มาอยู่ร่วมกันเข้าส่วนกันในพระกายของพระเยซูคริสต์ เราทั้งหลายจึงเป็นหนึ่งเดียวกันที่ถูกเรียกว่าเป็นเหมือนพระคริสต์ คือคำว่า "คริสเตียน"
ชีวิตคริสเตียนเป็นชีวิตที่สำแดงพระลักษณะของพระเยซูออกไปสู่สายตาของคนทั่วไป
พระเจ้าทรงเรียกเราและประทานชีวิตแก่เราทั้งหลายโดยพระคุณผ่านทางพระเยซูคริสต์
ด้วยเหตุนี้เราทั้งหลายที่อยู่ที่นี่เราจึงไม่แตกต่างกันในฐานะของการเป็นบุตรของพระเจ้าร่วมกัน
ดังนั้นเองพระวจนะของพระเจ้าในตอนนี้จึงเรียกร้องการมีชีวิตที่สมกับการทรงเรียกให้เราเข้ามาอยู่ในพระกายของพระคริสต์ แล้วเราทั้งหลายจะมีชีวิตที่สมกับการทรงเรียก คือ

1.ชีวิตที่เติบโตฝ่ายวิญญาณ
อ.เปาโล ได้ขอวิงวอนผู้เชื่อในดำเนินชีวิตสมกับการทรงเรียก คือ จงถ่อมใจ มีความสุภาพอ่อนโยนอยู่เสมอ จงอดทน จงอดกลั้นต่อกันและกันด้วยความรัก
ทั้งหมดนี้คือลักษณะของคนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายวิญญาณ มีชีวิตที่สำแดงผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ออกมา
กท.5:22-23 ส่วน​ผล​ของ​พระ​วิญ​ญาณ​นั้น คือ​ความ​รัก ความ​ยินดี สันติ​สุข ความ​อด​ทน ความ​กรุณา ความ​ดี ความ​ซื่อ​สัตย์ 23 ความ​สุภาพ​อ่อน​โยน การ​รู้​จัก​บัง​คับ​ตน เรื่อง​อย่าง​นี้​ไม่​มี​ธรรม​บัญ​ญัติ​ห้าม​ไว้​เลย


อะไรคือสิ่งที่บ่งบอกว่าชีวิตของเราเติบโตฝ่ายวิญญาณ?
ตย. ต้นไม้ที่เติบโตมันก็จะออกผล
การที่เราจะมีชีวิตที่เติบโตฝ่ายวิญญาณนั้น เรานั้นต้องได้รับการบำรุงเลี้ยงในฝ่ายวิญญาณ เราต้องรับอาหารฝ่ายวิญญาณ
มธ.4:4 พระ​องค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “มี​พระ​คัม​ภีร์​เขียน​ไว้ว่า ‘มนุษย์​จะ​ดำรง​ชีวิต​ด้วย​อาหาร​เพียง​อย่าง​เดียว​ไม่​ได้ แต่​ต้อง​ดำรง​ชีวิต​ด้วย​พระ​วจนะ​ทุก​คำ ซึ่ง​ออก​มา​จาก​พระ​โอษฐ์​ของ​พระ​เจ้า’ ”
ยน.4:34 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “อาหาร​ของ​เรา​คือ​การ​ทำ​ตาม​พระ​ประสงค์​ของ​ผู้​ที่​ทรง​ใช้​เรา​มา​และ​ทำ​ให้​งาน​ของ​พระ​องค์​สำ​เร็จ

2. มีหลักข้อเชื่อเดียวกัน

2.1 มีกายเดียว 
หลักข้อเชื่อเรื่องคริสตจักร มีคริสตจักรสากล และมีคริสตจักรท้องถิ่น
1คร. 12:20 ความ​จริง​มี​อวัยวะ​หลาย​อย่าง แต่​ก็​ยัง​เป็น​ร่าง​กาย​เดียว​กัน
2.2 มีพระวิญญาณองค์เดียว
หลักข้อเชื่อเรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์ คือพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพระเจ้าและทรงสถิตอยู่ในผู้เชื่อเพื่อเป็นพระผู้ช่วยเหลือ ทรงกระทำกิจผ่านชีวิตของเรา ช่วยเหลือเราในการเป็นพยานฝ่ายพระเยซู และทรงนำเราทั้งหลายกลับไปหาพระบิดา
2.3 มีความหวังเดียว
หลักข้อเชื่อเรื่องอวสานศาสตร์ ความหวังคือการที่ผู้เชื่อจะได้อยู่ร่วมกับพระเยซูคริสต์ในแผ่นดินสวรรค์นิรันดร์
2.4 มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว
หลักข้อเชื่อเรื่องการครอบครองของพระคริสต์ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศีรษะของพระกายและทรงมีพระนามที่อยู่เหนือทุกๆนามทรงเป็นผู้ครอบครอง เป็นเจ้านายเหนือเจ้านาย เป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์
2.5 ความเชื่อเดียว
หลักข้อเชื่อเรื่องการทรงไถ่และความรอด คือ เชื่อในข่าวประเสริฐเดียวเราทั้งหลายรอดก็โดยพระคุณเพราะความเชื่อ
2.6 บัพติศมาเดียว
หลักข้อเชื่อเรื่องการชำระให้บริสุทธิ์
2.7 พระเจ้าองค์เดียว

หลักข้อเชื่อเรื่องพระเจ้า พระ​องค์​ทรง​มี​อำ​นาจ​เหนือ​สรรพ​สิ่ง ทรง​ทำ​การ​ผ่าน​สรรพ​สิ่ง​และ​ทรง​อยู่​ใน​ทุก​คน
                                                   อ.อานุภาพ พฤกษะวัน (ศิษยาภิบาล)
                                                              3/3/17

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ความรักของพระเจ้า "อากาเป้"

พลังความรัก  (Power of Love)
   ความรักในภาษากรีกที่ใช้ในการเขียนพระคัมภีร์ใหม่นั้น คือ “อากาเป้” (agape) หมายถึงความรักที่แท้จริงซึ่งมาจากพระเจ้า เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
ยอห์น 3:16-17  
16“พระเจ้าทรงรักโลกนี้ คือได้ประทานพระบุตร(พระเยซู)องค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ 
17 เพราะพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก ไม่ใช่เพื่อพิพากษาโลก แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น”
(หมายเหตุ คำว่า “รัก” ในภาษาไทยใช้คำเดียวกันกับความรักแบบต่างๆ แต่คำว่า”รัก”ในภาษากรีก มีระดับ(Degree)ความลึกซึ้งของภาษาที่แตกต่างกัน 4 ระดับคือ

  1.เอรอส Eros (ἔρως) = ความรักระหว่างเพศ หรือความใคร่
  2.ฟิเลียPhilia(φιλία)= ความรักฉันสามีภรรยาหรือเพื่อน รักใคร่ผูกพัน
  3.สเตเก้ Storge(στοργή)= ความรักแบบครอบครัว ญาติมิตร
  4.อากาเป้ Agape (ἀγάπη) = ความรักที่มาจากพระเจ้า หรือรักแบบไม่มีข้อจำกัด

ความรักของพระเจ้าเป็นรักนิรันดร์ เป็นรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นรักที่สมบูรณ์แบบ

เพราะพระองค์รัก(โต๋-ศักดิ์สิทธิ์,โรส-ศิรินทิพย์)